เทคนิคยกกระชับผิวหน้า Oligio กับ Ultraformer เลือกอะไรดี?

ปัญหาหน้าแก้มย้อย หรือหน้าห้อย เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุเช่น พันธุกรรม อายุเพิ่มมากขึ้น การเผชิญกับแสงแดด ส่งผลให้คอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนังลดลง ทำให้ผิวหน้ายุบตัว ปัจจุบันมีเทคนิคการกระชับผิวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพหลายรูปแบบ ช่วยให้ผิวหน้ากระชับมากขึ้น Oligio และ Ultraformer เป็นเทคนิคยอดนิยมในปัจจุบัน แต่จะเลือกเทคนิคไหนให้เหมาะสมและควรค่าต่อการตัดสินใจ บทความนี้มีคำตอบ

Oligio คืออะไร

Oligio คือเครื่องช่วยยกกระชับใบหน้า และลดไขมันแก้ม เหนียง รวมไปถึงการช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน โดยใช้เทคโนโลยีความถี่ของคลื่นวิทยุพลังงานสูง (Radio Frequency) แบบขั่วเดียว (Monopolar RF) ทำให้เกิดความร้อนลงระดับลึก (Deep Heating) ลงลึกตั้งแต่ผิวชั้นบนสุดถึงชั้นไขมัน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวกระชับขึ้น ไขมันลดลง  



จุดเด่นของ Oligio มีอะไรบ้าง

  • มีระบบการแจ้งเตือนความร้อนสูงเกินไป ป้องกันไม่ให้ผิวไหม้ขณะที่ใช้งาน
  • คลื่นส่งถึงผิวหนังชั้นบนจนถึงชั้นไขมัน
  • ไม่เจ็บระหว่างใช้งาน
  • ใช้เวลาเพียง 20-30 นาที หลังทำไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถแต่งหน้าได้เลย
  • มีระบบการปล่อยความเย็นโดยใช้ Cryogen Gas ลดการระคายเคืองของผิวหนัง
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและลดไขมันได้ดี
  • ช่วยทำให้ใบหน้ากระชับ ตึง แน่น หน้าเรียวเล็ก
  • ลดไขมันส่วนเกินบริเวณแก้ม เหนียงได้อย่างดี

 

Oligio เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีปัญหาเหนียงเยอะ แก้มย้อย ต้องการให้กรอบหน้าชัด
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องแก้ม รอยเหี่ยวย่น
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับหางตาในบริเวณที่มีไขมันใต้ตาเยอะ
  • ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจน ให้ผิวกระจ่างใสมากขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าแต่กลัวเจ็บ
  • ผู้ที่ต้องการใช้บริการโดยมีเวลาจำกัด ไม่อยากใช้เวลานาน

ข้อเสียและผลข้างเคียง Oligio มีอะไรบ้าง?

เครื่อง Oligio มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อย ส่วนใหญ่จะมีอาการผิวแดงชมพู ซึ่งสามารถหายได้เองหลังจากใช้บริการภายใน 24 ชั่วโมง และการทำ Oligio 1 ครั้งสามารถอยู่ได้ 6-8 เดือน ควรเข้ารับบริการต่อเนื่องเป็นประจำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

Ultraformer คืออะไร

Ultraformer คือนวัตกรรมยกกระชับผิวหน้าด้วยคลื่นอัลตราซาวด์พลังงานสูงแบบเฉพาะเจาะจง (High Intensity Focus Ultrasound) สามารถส่งคลื่นพลังงานเข้าสู่ใต้ชั้นผิวได้ลึกถึงชั้น SMAS ที่เป็นชั้นผิวหนังสำหรับผ่าตัดศัลยกรรมยกกระชับใบหน้า สามารถลดไขมันบนใบหน้า พร้อมทั้งกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวอิ่มฟู กระชับ สามารถปล่อยพลังงานเป็นจุด (Dot) ในบริเวณที่ต้องการได้ 

จุดเด่นของ Ultraformer มีอะไรบ้าง

  • ช่วยยกกระชับผิวหน้าและผิวหย่อนคล้อยให้ตึงขึ้น
  • สามารถส่งพลังงานสู่ผิวชั้นในได้ดี
  • ส่งพลังงานได้อย่างแม่นยำ ยิงด้วยพลังงาน MMFU (Micro Focused Ultrasound)
  • ไม่ทำลายโครงสร้างผิวในแต่ละชั้นที่คลื่นส่งผ่าน
  • หลังทำเสร็จเห็นผลทันที 20-25% 
  • มีความปลอดภัยสูง

Ultraformer เหมาะกับใคร

  • มีปัญหาผิวหนังใบหน้าและลำคอหย่อนคล้อย
  • ผู้มีปัญหาคิ้วตก หนังตาตก ขอบตาล่างหย่อนยาน มีเนื้อใต้คางเป็นชั้น
  • ผู้มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก มุมปากตก
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวแบบ V Shape โดยไม่ต้องการจะทำศัลยกรรม
  • ผู้ที่ต้องการกระชับสัดส่วนในบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ท้องแขน ต้นขา ผิวส่วนเกินบริเวณรอบหัวเข่า

ข้อเสียและผลข้างเคียง Ultraformer มีอะไรบ้าง?

  • อาจรู้สึกเจ็บ ตึง ปวด เล็กน้อยขณะทำ มีการแปะยาชาก่อนการทำ Ultraformer เพื่อบรรเทาอาการดังกล่าว
  • หากเลือกคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน และมีการใช้เครื่องปลอม ทำให้พลังงานไม่คงที ส่งผลทำให้ผิวไหม้ได้ จึงควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ทำโดยแพทย์ และดูรีวิวก่อนตัดสินใจ
  • หากต้องการให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน ต้องกลับมาทำซ้ำเป็นประจำ เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น

ข้อแตกต่างระหว่าง Oligio กับ Ultraformer เลือกอะไรดี ?

Oligio และ Ultraformer ต่างมีความสามารถในการยกกระชับใบหน้า และลดไขมันใต้ผิวหนังเหมือนกัน ความแตกต่างอยู่ที่พลังงานที่ส่งไปถึงผิวหนัง Oligio จะมีความเจ็บน้อยกว่าการทำ Ultraformer แต่พลังงานจะส่งได้ถึงชั้นไขมันชั้นตื้นกว่า จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหนียงเยอะ ไขมันแก้มเยอะ อยากลดไขมันบริเวณแก้ม ส่วน Ultraformer นั้นจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก Ultraformer ถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการกระชับผิวเป็นหลัก

Oligio VS Thermage แตกต่างกันอย่างไร? เลือกอะไรดี ?

เครื่อง Oligio และ Thermage ใช้คลื่นแสง Monopolar RF เหมือนกันทั้งสองเครื่อง แต่มีข้อแตกต่างกันดังนี้

  • Oligio มีระบบทำความเย็น (Cooling system) ตอบโจทย์คนที่กลัวเจ็บมากกว่า
    Cyrogen Gas จากที่ถูกปล่อยออกมาเครื่อง Oligio จะช่วยทำให้บริเวณผิวที่ทำรู้สึกเย็น ไม่เจ็บผิวและไม่เกิดการไหม้ ในส่วนของ Thermage จะเป็นระบบปล่อยความเย็นที่ช่วยลดอาการแสบร้อนได้บ้างเล็กน้อย แต่ความสามารถในการบรรเทาความเจ็บปวดและการเบิร์นไม่เท่า Oligio
  • ระยะเวลาในการทำ Oligio ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที น้อยกว่า Thermage ที่ใช้ระยะเวลาประมาณ 45-60 นาที Oligio จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีเร่งรีบ มีเวลาน้อย ต้องการใช้เวลาทำหัตการไม่นาน
  • Oligio สามารถปรับระดับได้ 3 โหมด ได้แก่ โหมดเดี่ยว, โหมดคู่ และโหมดอัติโนมัติ  สามารถปรับให้เข้ากับผิวหนังของแต่ละคนได้ดีและมีการกระจายพลังงานได้ดีกว่า

Ultraformer VS Ulthera แตกต่างกันอย่างไร? เลือกอะไรดี ?

Ultraformer และ Ulthera เป็นเครื่องที่ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์เหมือนกัน แต่ทั้งสองเครื่องจะมีจุดโฟกัสแตกต่างกันคือ เครื่อง Ultraformer มีหัว Cherry Pink (MMFU) ระดับความลึก 2 mm. พอดีกับชั้นหนังแท้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระชับผิวหนัง ริ้วรอย ให้เฟิร์มขึ้น และหัว Gold ระดับความลึก 6 mm. เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหนียงแก้มเยอะ อยากกระชับให้หน้าเรียวขึ้น ในส่วนของเครื่อง Ulthera มีหัว  1.5 mm., 3 mm. และ 4.5 mm. เหมาะสำหรับบริเวณที่มีผิวบางากเช่น หน้าผาก เปลือกตา เหมาะสำหรับผู้ที่อยากยกกระชับผิวบริเวณคิ้ว หางตา ผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตา ใต้ตาโหล ใต้ตาคล้อย ให้มีความกระชับมากขึ้น ทำให้หน้าดูเด็ก และ Ulthera มีหน้าจอแสดงชั้นผิวแบบ real-time ทำให้แพทย์สามารถยกกระชับผิวหน้าให้ละเอียดและแม่นยำมากขึ้น

สรุป


โดยสรุปแล้วทั้ง Oligio และ Ultraformer นั้นมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกัน Oligo เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดไขมัน ลดเหนียง ส่วน Ultraformer จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มย้อย ผิวหย่อน ต้องการยกกระชับใบหน้า หากใครที่กำลังไม่แน่ใจในปัญหาผิวของตัวเอง เลือกไม่ถูก แนะนำเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาผิว และเลือกวิธีแก้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่เป็นที่น่าพึงพอใจมากที่สุดค่ะ